รำลึกสาธิตจุฬา รุ่น 41

posted on 12 Dec 2006 11:08 by erney007

เมื่อวันก่อนเพื่อนโทรมาหา เลยกลับไปเยี่ยมเว็บรุ่น รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเหวี่ยงออกมานอกสารบบยังไงก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะอยู่ไกลกว่าคนอื่นเขามั้งเลยถูกลืม แต่ช่างเถอะ...

ฉันยังไม่ลืมพวกคุณหรอกนะ...

ทีมลีดตลกสีม่วงรวมพล!! นี่คือรุปถ่ายในวันอำลาม.6 (คนหัวโตที่อยู่หน้าสุดนั่นแหละท่านประธานสีม่วง)

ท่านประธานกลายเป็น Gigantism ไปแล้ว~~

CUD 41 จงเจริญ!!!

รวมทีมสถาปัตย์ที่ตอนนี้ดันไปเรียนกันคนละที่เลย (ผังเมืองจุฬา สถาปัตย์เกษตร แพทย์ขอนแก่น สถาปัตย์ Landscape จุฬา)

หัวโจกลีดตลกสีม่วง คติประจำใจของพี่ท่านคือ "หื่นอย่างมีศีลธรรม" (ปัจจุบันอยู่วิศวะคอม จุฬา)

บนพื้นนั่นมันโคลนทั้งนั้นเลยนะเฟ้ย!!!

ท่านประธานทำอะไรน่ะ?

แกล้งอาจารย์ประจำชั้น

อย่างนี้ไม่ดีนะครับนักเรียน!!!

คิดถึงทุกคนนะ ถึงเราจะมาอยู่ไกล แต่ถ้ามีเลี้ยงรุ่นเมื่อไหร่ก็กินเผื่อด้วยนะ (แต่ขอความอ้วนจงตกอยู่กับท่าน 555)

Love y'all

ERNEY007

มาดูห้องนศ.พ.กันเถอะ

posted on 10 Dec 2006 21:57 by erney007

เห็นพูดเกี่ยวกับเรื่องนักศึกษาแพทย์มาหลายครั้งแล้ว คราวนี้มาดูกันเถิดว่าพวกเราอยู่กันเยี่ยงไร

หมายเหตุ: นี่คือช่วงสอบ....

ตู้เสื้อผ้า มีเสือแล็บแขวนอยู่ข้างนอกเพราะใส่ตู้ไม่ได้ ยาวเกิน (ทีวีกะชั้นวางของข้างๆตู้เป็นของพี่รูมเมท เค้าอ่าน Prince of Tennis แหละ

นี่คือสภาพโต๊ะก่อนอ่านหนังสือ (กรุณาสังเกต มีบลีชวางกองอยู่ตั้งหนึ่งบนโต๊ะ)

นิยามคำว่าอ่านหนังสือ: เอาหนังสือมาเปิดไว้แล้วนั่งบื้ออยู่หน้ามัน

กระดูกอาจารย์ใหญ่แบบเทคโฮม

นี่คือเตียง ขอแค่มีหมอนใหญ่ๆนุ่มๆสักใบก็พร้อมจะหลับได้ทันที

เหอๆ มันเหนื่อยนะ แต่ก็ยิ่งกินเยอะ สรุปว่าอ้วนกว่าเดิมอีก T T แต่ก็นั่นล่ะ พวกเราก็ไม่ได้เรียนอย่างเดียวนะ พวกเราก็มีกิจกรรมยามว่างเหมือนกัน

Neverwinter Night เกมวัดระดับสมรรถภาพเครื่องคอมของคุณ ถ้าเล่นได้ดีไม่กระตุกแสดงว่าคอมของคุณเจ๋งมาก (โน้ตบุ๊คเราผ่าน) แต่ถ้าเล่นไม่ได้ โหลดไม่ขึ้น หรือกระตุก แสดงว่าคอมคุณสมรรถนะต่ำไปแล้วล่ะ (เกมมันเก่านะ แต่สเปคสูงจริงๆ)

โอเค ไปอ่านหนังสือต่อละนะ บาย~~~

สอบมิดเทอมคราวนี้ของเอินเข้มงวดมาก มีการสลับที่นั่งสอบ ตรวจชุดข้อสอบตามที่นั่ง และยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดอีกต่างหาก หน้าห้องน้ำยังมีราวกั้น!!! ประมาณว่าสอบเสร็จกรุณาไปเข้าห้องน้ำที่อื่น ห้ามป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องสอบเกินสามนาทีหลังออกจากห้อง มีการค้นตัวหาโพย และที่สำคัญ ต้องเข้าห้องสอบก่อนเวลาสอบจริงครึ่งชั่วโมง โอ้ว~~~!!! อะไรมันจะขนาดนั้น

เคยมีคนที่คณะจับได้ว่าพวกโกงข้อสอบจะจดโพยใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วเอาออกมาดูตอนเข้าห้องน้ำ ทิ้งลงชักโครกจนส้วมตัน o_O! คณะอื่นคงปรับตกในวิชานั้นไปเลย หรือไม่ก็ติด F ต้องเรียนใหม่ แต่ถ้าเป็นคณะเราทุจริตสอบ ไล่ออกสถานเดียวค่ะ ถือว่าถ้าคิดจะเป็นหมอ สอบตกเสียยังจะดีกว่าทุจริต แค่นี้จรรยาหมอก็ไม่ผ่านแล้วล่ะค่ะ (เห็นด้วยๆ)

Entry นี้มาเครียดๆ จริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก ช่วงนี้ก็เห็นหลายคนกำลังจะเอนท์ บางคนก็ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี อย่างที่ตัวเองชอบหรือเพื่อพ่อแม่ ข้าน้อยขอบอกเลยว่าเรียนเพื่อตัวเองเถอะ ถ้าเอาอย่างที่ชอบจริงๆมันก็ต้องหาทางทำมาหากินได้อยู่แล้วแหละ ดีกว่าเรียนที่ตัวเองไม่ชอบแล้วต้องทนมันไปตลอดจนจบ บางคนคิดว่าแค่เรียนๆไปเดี๋ยวพอทำงานก็ค่อยเลือกก็ได้ แต่สี่ปี ห้าปี หรือหกปีที่ต้องทนเรียนไปน่ะ มันทรมานจริงๆนะ

ตอนที่สอบเอนท์ กะจะเข้าสถาปัตย์ออกแบบตกแต่งภายใน (แต่ดันไปเป็นที่หนึ่ง ID ก็แปลกใจอยู่) รู้ว่างานแบบนี้มันไม่ค่อยจะมั่นคง อาจมีงานเป็นช่วงๆ ต้องทำงานหนัก ก็บอกแม่ไปว่า "ซื้อบ้านกันเถอะ" ตอนนั้นเช่าอยู่อพาร์ทเมนต์ รู้ว่าโตขึ้นบางทีเราอาจเลี้ยงแม่ไม่ได้ดีพอ เลยอยากให้แม่รีบซื้อบ้านตอนที่ยังมีเงินทำงานหาเงินได้เองอยู่ ไม่ใช่เนรคุณนะแต่อย่างน้อยเราทำงานหนักแต่แม่ยังมีบ้านอยู่ก็ยังดี แต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ดีนะเพราะเราก็มาเรียนต่างจังหวัดพอดี (ได้ข่าวว่ามีสิทธิไม่ได้กลับไปอยู่บ้านตั้งเจ็ดปีแน่ะ T T มี intern ต่ออีกปี)

ในฐานะที่เรียนหมอ ข้าน้อยอยากจะฝากไปถึงทุกคนที่คิดเรียนทางนี้ว่า "คิดดีๆนะ" ประโยคยอดฮิต เพราะเราจะต้องอยู่กับมันไปอีกนาน อย่าคิดแค่เพียงว่าเรียนเพื่อทดแทนพระคุณพ่อแม่ ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนมีความสุขที่เห็นลูกทนเรียนสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อตัวเองหรอก ที่สำคัญ "อย่าเอาความคาดหวังของคนอื่นมาเล่นกับชีวิตคน" คุณถูกคาดหวังให้เรียนหมอทั้งๆที่ไม่อยากเรียน นั่นแหละคือการที่คุณเอาชีวิตคนไข้มาเสี่ยงกับการตัดสินใจผิดๆของคุณ นั่นแหละคือสิ่งเลวร้ายที่หลายคนมองไม่เห็น

อีกอย่างที่น่าคิดคือ คนที่เรียนหมอทุกคน (ในวิทยาลัยแพทย์ของรัฐ) ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการเรียน ดังนั้น ถ้าคุณมาเรียนหมอแล้วไม่จริงจัง หรือเรียนเล่นๆ จบไปก็ไปทำอย่างอื่นที่มันไม่ได้เกี่ยวกับที่เรียนมาเลย คุณก็จะกลายเป็น "คนกินภาษีราษฎร" ไปนั่นเอง คนทั้งประเทศจ่ายภาษีให้คุณได้เรียน ถ้าเรียนเอกชนปีละ 350,000 นะคะ ปริญญาแพทย์หนึ่งใบก็ 2,100,000 บาท มีอะไรหลายอยู่ที่คุณต้องจ่ายแต่รัฐยินดีช่วยเพื่อสร้างแพทย์เพื่อประชาชนทุกคน มหาลัยเอกชนคงไม่น่าห่วงเพราะถ้าไม่อยากเรียนแพทย์จริงคงไม่จ่ายเยอะขนาดนั้น แต่คนที่อยากเรียนแพทย์ในมหาลัยรัฐก็จงคิดให้ดีก็แล้วกัน

การเรียนหมอ ถ้าให้พูดจริงๆเวลาคนถามแล้วตอบว่า "เรียนหมอค่ะ/ครับ" คงจะดูดีไม่น้อย แต่จริงแล้วเราก็เป็นคนธรรมดาๆนั่นแหละ เป็นนักศึกษาที่เรียนหนักถล่มทลายกว่าชาวบ้านเขา จะเป็นหมอที่ไหนจบมาก็เป็นหมอเหมือนกัน เคยมีเพื่อนเราคนหนึ่งติดหมอศิริราชแต่ไม่รุ้จะเอาดีมั้ย เราเลยถามมันว่า "แล้วถ้าเธอติดหมอขอนแก่นเหมือนฉัน เธอจะเรียนมั้ย" มันตอบว่าไม่ "แล้วถ้าเธอติดหมอรามาธิบดี เธอจะเรียนมั้ย" เขาก็คิดว่าคงไม่ เราเลยแนะไปว่า ถ้าติดที่สถาบันน่ะ ก็อย่าเรียนเลย ความโก้กับความสุขมันแทนกันไม่ได้หรอก (แล้วตอนนี้เพื่อนเราก็เรียนนิติจุฬาไปแล้ว แฮปปี้มีความสุข)

แต่ถ้าใครคิดดีแล้วจริงๆว่าจะเรียนหมอ ข้าน้อยและผองเพื่อนก็ยินดีต้อนรับอนาคตหมอทุกท่านนะคะ คุณกำลังจะได้รับเกียรติให้ใช้คำนำหน้าว่า "นักศึกษาแพทย์" แล้วก็จงเตรียมตัวให้ดี คุณกำลังจะได้รู้จักแง่มุมอีกหลายๆอย่างในสังคม รวมไปถึงแง่มุมของชีวิตแบบที่คุณไม่เคยคิดถึงมาก่อน ซึ่งมันสนุกและน่าค้นหาคำตอบบ้าง แม้บางทีอาจจะเศร้าและต้องเหนื่อยเอาเรื่องอยู่ แต่ถ้ามีความสุขทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี จริงมั้ยคะ^^

สู้ๆ!! ขอเป็นกำลังใจให้แอดมิชชั่นรุ่นที่สองนะคะ ส่วนคนที่ยังไม่ได้เอนท์ก็มีเวลาคิดอีกนาน ค่อยๆคิดไปแล้วค้นหาตัวเองให้พบ ถ้ามีใครสนใจเรียนหมอก็แอดเมล์มาคุยกันได้ค่ะ (erney007@hotmail.com) ส่วนเราก็เป็นหมอศิลปกรรมแบบนี้แล วะฮ่าฮ่าๆๆๆ!!!!!~~~!!!

สวัสดีค่ะ

ปล. เฉลยโจทย์ครั้งที่แล้ว พจน์ที่หนึ่งคือพลังงานจลน์ พจน์ที่สองคือสูตรการหาความเครียดในเส้นลวด เพราะฉะนั้นพจน์ที่สามก็จะเป็น........

C2H5OH <<<< เอทานอล <<<<<< เหล้า

ถูกต้องนะคร้าบ~~~!!!!!!! จน เครียด กินเหล้า!!!

*/เผ่น


edit @ 2006/12/10 17:06:11